ความหมายของ พลอยไพลิน Blue_Sapphire 

ความเป็นมาของไพลิน Blue Sapphire 
Blue Sapphire หรือ ไพลิน มาจากภาษาเปอร์เชีย “Saffir” หรือจากภาษากรีก “Sappheiros” แปลว่า สีน้ำเงิน หรือจากภาษาสันสกฤต “ศนิปฺริย” (ศนิ = พระเสาร์, ปฺริย = ผู้เป็นที่รัก) แปลว่าของมีค่าของเทพแซทเทิร์น (ในเทพปกรณัมโรมัน)  อย่างไรก็ตาม ในภาษาสันสกฤตยังมีคำเรียกแซฟไฟร์สีน้ำเงินว่า “อินฺทฺรนีล” หมายถึง “สีน้ำเงินเหมือนพระอินทร์”
ในสมัยอดีตเชื่อกันว่า ไพลินเป็นสัญลักษณ์ของแผ่นดิน สวรรค์ ผู้พิทักษ์ความบริสุทธิ์ ก่อให้เกิดความจริงใจและสัจจะต่อบรรดาผู้ครอบครอง และบ้างก็เชื่อว่า ไพลินเป็นอัญมณีสีน้ำเงินที่สามารถดับไฟและความเร่าร้อนได้ เพราะสีน้ำเงินที่ให้ความรู้สึกมั่นคงนั่นเอง
ไพลินเป็นหินแห่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สภาพจิตใจสงบ ความคิดปลอดโปร่ง นอกจากนี้ยังเป็นหินที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของชีวิตรัก ชีวิตครอบครัว เพื่อนฝูง และกับคนทั่วไป มีคุณสมบัติพิเศษ ในการควบคุมตัวเองได้ดี เป็นอัญมณีแห่งสัจธรรม ความดีงาม
เป็นอัญมณีประจำเดือนกันยายน หรือ ราศีกันย์ 
บางประเทศในทวีปยุโรปนิยมใช้พลอยไพลินเป็นแหวนหมั้น เพราะไพลินเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ลึกซึ้ง มั่นคง ยืนนาน นิรันดร์ และเช่นเดียวกับอัญมณีทรงคุณค่าชนิดอื่น ไพลินก็มีอำนาจช่วยปกป้องให้พ้นจากภยันตรายต่าง ๆ ด้วย ทางด้านการบำบัดรักษาไพลินช่วยบรรเทาโรคหรืออาการทางสมอง โรคที่เกี่ยวกับประสาทและไขสันหลังผิวหนังอักเสบได้ ไพลินถือเป็นพลอยที่ได้รับความนิยมอย่างมาก นิยมกันทั่วโลก
สมัยอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ เชื่อว่า โลกถูกปกคลุมด้วยไพลินและมีประกายแสงที่สะท้อนจากสีของท้องฟ้าในยามพระอาทิตย์อัสดงค์ กษัตริย์และราชินีจะสามารถมองเห็นพระประสงค์ของเทพผ่านทางไพลิน บรรดาปุโรหิตแห่งราชสำนักมีความเชื่อว่า ไพลินเป็นสื่อแห่งความเป็นเอกภาพของท้องฟ้าและสวรรค์
ไพลินเป็นอัญมณีในตระกูลคอรันดัม (Corundum) เช่นเดียวกับทับทิม บุษราคัม เขียวส่อง และ แซฟไฟร์สีต่างๆ มีระดับความแข็งเท่ากับ 9 โมส์ โทนสีของไพลินจะมีตั้งแต่สีฟ้าใส น้ำเงิน สีทึบแสง ฟ้าอมม่วง ฟ้าแซมขาว และฟ้าแซมดำ
ไพลินที่มีคุณภาพดีต้องมีสีน้ำเงินสดสม่ำเสมอทั่วทั้งเม็ด สีมีความเข้มมากแต่ต้องไม่เข้มจนดูมืดดำ และต้องมีการเจียระไนที่ดีที่จะทำให้เกิดการหักเหและการสะท้อนแสงภายในส่องเป็นประกายออกมา และที่สำคัญ คือต้องไม่มีตำหนิที่มีสีแตกต่างจากสีของไพลิน หรือเป็นตำหนิที่มองเห็นเด่นชัด
ไพลินคุณภาพต่ำจะมีเนื้อที่ดูขุ่นมัว ทึบตัน หรือสีไม่สม่ำเสมออย่างเห็นได้ชัด มีสีน้ำเงินเข้มจนดำ ไม่มีประกายหรือมีประกายก็น้อยมาก
แหล่งกำเนิด แหล่งทำเหมืองไพลินที่มีชื่อเสียง คือ แคว้นแคชเมียร์ในประเทศอินเดีย เป็นไพลินที่มีสีน้ำเงินสดและมีสีที่อ่อนนุ่มเหมือนผ้ากำมะหยี่  ไพลินพม่า มีคุณภาพสูงใกล้เคียงกับไพลินแคชเมียร์ ไพลินจากศรีลังกาจะมีสีที่อ่อนกว่า และอาจจะมีสีไม่สม่ำเสมอทั่วทั้งเม็ด สำหรับไพลินประเทศไทยและออสเตรเลีย จะพบไพลินที่มีสีเข้มค่อนข้างดำ และอมเขียวเล็กน้อย
ในประเทศพม่าจะเรียกพลอยไพลินว่า “นิหร่า” (นิหร่าเป็นภาษาพม่า และในภาษาไทยบางคนจะเรียกไพลินว่า ” นิลกาฬ” ) แหล่งกำเนิดที่พบได้มากคือเมืองม๊อกก๊ก เอกลักษณ์จะอยู่ที่มี “สาแหรก” ในเนื้อพลอยทำให้เกิด “สตาร์” เวลาเจียรหลังเบี้ยส่องไฟจะเล่นแสงสะท้อนเป็นดาว 6 แฉก มีความแข็งเท่ากับไพลินกาจญบุรีของไทย
แหล่งที่พบไพลินที่สำคัญและได้รับความนิยม
+ แคชเมียร์(Kashmir)
แคชเมียร์อยู่ทางภาคเหนือของอินเดีย เป็นแหล่งกำเนิดซัฟไฟร์น้ำเงินที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีสีคล้ายสีน้ำเงินดอกข้าวโพด(Cornflower Blue) คล้ายกำมะหยี่สีน้ำเงินอมม่วงซึ่งเป็นที่นิยมกันมากที่สุด แต่พลอยจากแคชเมียร์มีลักษณะขุ่น(Sleepy) ไม่โปร่งใสเท่าที่ควร เพราะมีเส้นไหม(Silks) จำนวนมากเป็นตำหนิอยู่ภายใน ซึ่งผิดกับซัฟไฟร์จากแหล่งอื่นๆ ตามประวัติศาสตร์ ซัฟไฟร์(Sapphire) เริ่มมาจากอินเดีย ถึงแม้ว่าจะมีเหมืองอยู่บ้าง แต่เนื่องจากสิ่งแวดล้อมและสภาวะทางการเมืองทำให้ต้องปิดเหมืองไปในที่สุด
+ พม่า
แหล่งกำเนิดจากแหล่ง เดียวกันกับทับทิมพม่า มีคุณภาพดีมากเพราะมีสีน้ำเงินเข้ม เรียกว่า “รอยัล บูล”(Royal Blue) สีน้ำเงินอมม่วงอ่อนๆ แตกต่างจากพลอยแคชเมียร์ตรงที่พลอยพม่าเมื่อถูกแสงไฟสีจะจางลงเล็กน้อย(เนื่องจากการดูดกลืนแสงของพลอย) ทำให้มีสีขุ่นๆ คล้ายกับน้ำหมึก ถือเป็นพลอยสีสวยแต่หาได้ยาก
+ไทย
ไพลินสีน้ำเงินของไทยมีสีค่อนข้างสวย โดยเฉพาะตรงบริเวณใกล้เขตแดนไทย-เขมร พบพลอยน้ำเงินที่มีคุณภาพคล้ายแคชเมียร์ เรียกว่า “ไพลิน” (Pailin) ส่วนพลอยไพลินที่มาจากกาญจนบุรี อำเภอบ่อพลอยจะมีไพลินที่มีคุณภาพดีเช่นกัน
+ ศรีลังกา
เมืองซีลอน เป็นแหล่งกำเนิดของซัฟไฟร์สีต่างๆ หลายสี ส่วนมากจะเป็นสีน้ำเงินอมเทาอ่อนๆ ถึงน้ำเงินอมม่วง เป็นพลอยที่มีไฟดีมาก ลักษณะเด่นของซัฟไฟร์น้ำเงินจากซีลอน คือมีสีไม่สม่ำเสมอ ตำหนิภายในพลอยส่วนใหญ่จะมีเส้นไหม (Silks) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พลอยออกเทาน้ำเงิน คำว่า “กิวดาซัฟไฟร์” (Gueda Sapphire) คือคอรันดัมดิบจากศรีลังกา มีสีเทา-ขาวและโปร่งใส เมื่อนำไปเผาจะกลายเป็นสีน้ำเงินโปร่งใสสวย
+ มอนทานา
จากโยโกเกาซ์(Yogo Gluch) ส่วนมากจะมีสีอ่อน มักจะเรียกกันว่าสีน้ำเงินไฟฟ้าหรือน้ำเงินแบบเหล็ก(Steel Blue) มีความวาวแบบโลหะ คุณภาพไม่ได้จัดอยู่ในระดับ เพราะพลอยดิบส่วนมากที่ขุดได้จะมีลักษณะชิ้นเล็กๆ เป็นรูปหกเหลี่ยมของผลึกเฮ็กแซกโกนัล(Hexagonal)
+ออสเตรเลีย
ปกติจะมีสีน้ำเงินมืด คล้ายสีน้ำหมึก เป็นสีน้ำเงินอมม่วงมืด ที่ลักษณะเด่นชัด คือ โทนสีมืด มีแถบสี หรือลายสีชัด ส่วนมากพลอยสีมืดจะส่งมาประเทศไทย เพื่อทำการเผาให้สีจางลง
+แอฟริกา
ซัฟไฟร์ที่พบจะมีหลายสี มีสีคล้ายสีดินสอเทียน(Pastel) คือสีน้ำเงินอ่อนๆ น้ำเงินม่วง แดงม่วง เหลืองอ่อน ส้มอ่อน เทา และส้มอมน้ำตาลมืด บางชนิดอาจเปลี่ยนสีคล้ายกับอเล็กซานไดรท์(จากสีน้ำเงิน-เทาในแสงแดดเป็นสีเขียวหรือม่วงในแสงไฟ)
+ กัมพูชา(เขมร)
เขมรเป็นแหล่งที่มีซัฟไฟร์น้ำเงินสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สีน้ำเงินของไพลินเขมรจะคล้ายกับของแคชเมียร์ แต่เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองทำให้ไพลินเขมรมีไม่มาก ในตลาดเหมืองที่ขุดไพลินได้ชื่อ “บ่อไพลิน” จึงใช้ชื่อนี้ เรียกพลอนคอรันดัมสีน้ำเงิน ที่มาจากเขมรตามชื่อแหล่ง ตลาดไพลินทีสำคัญคือจังหวัดจันทบุรี เพราะอยู่ใกล้ชายแดนติดกับประเทศเขมร
การดูแลรักษา 
ถึงแม้ไพลินจะมีค่าความแข็งอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามก็ควรต้องระมัดระวังการกระแทกเพราะจะทำให้มีรอยบิ่นแตกได้  การทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและแปรงขนนุ่ม หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเค็ม สารเคมี น้ำหอม และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว