ความหมาย ของ พลอยทับทิม Ruby

ความเป็นมาของทับทิม Ruby
ทับทิม ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า ruby และคำละตินว่า ruber ซึ่งแปลว่า “แดง” ภาษาสันสกฤตโบราณตรงกับคำว่า  “ratnaraj” มีความหมายว่า เจ้าแห่งอัญมณีทั้งปวง (King of Gems)
ทับทิมเป็นแร่ในตระกูลคอรันดัม ถ้าเป็นสีแดง ชมพู จะเรียกว่าทับทิม หากเป็นสีอื่นจะเรียกว่า แซฟไฟร์ เช่นสีน้ำเงิน เรียกว่า ไพลิน (Blue Sapphire) สีเหลืองเรียกว่า บุษราคัม (Yellow Sapphire) สีเขียวเรียกว่า เขียวส่อง (Green Sapphire) สีอื่นๆนอกจากนี้เรียกว่า แฟนซีแซฟไฟร์  มีค่าความแข็งเท่ากับ 9 โมห์สเกล รองจากเพชร
ทับทิมมีจุดเด่นที่สี มีหลายเฉดสี ตั้งแต่แดงดำ แดงสด แดงเพลิง แดงอมม่วง แดงอมส้ม แดงหวาน แดงชมพู แต่สีที่นับว่าเป็นสุดยอดแห่งความงามของทับทิมคือ “สีแดงเลือดนกพิราบ” คือเป็นสีแดงบริสุทธิ์ ปนน้ำเงินเล็กน้อย
ทับทิม โดยธรรมชาตินั้นมักมีเนื้อขุ่น ตำหนิมากบางชิ้นทึบแสงดูไม่สวยงามดังนั้นทับทิมในท้องตลาดส่วนใหญ่ผ่านการเพิ่มคุณภาพด้วยความร้อนมาแทบทั้งสิ้น ซึ่งจะช่วยทำให้สีของพลอยทับทิมงดงามมากยิ่งขึ้น รวมท้ังช่วยละปริมาณตำหนิภายในที่เด่นชัดลงได้
ความเชื่อเกี่ยวกับทับทิม
ทับทิมเป็นพลอยประจำเดือนเกิดราศีกรกฎ หรือผู้ที่เกิดเดือนกรกฎาคม เชื่อว่าการสวมใส่ทับทิมจะนำมาซึ่งสุขภาพแข็งแรง ความมั่นคง และสติปัญญา
มีความเชื่อว่าทับทิมเป็นแหล่งรวมพลังอำนาจหลายประการช่วยปกป้องผู้สวยใส่จากโรคร้าย สามารถต่อต้านพิษร้ายต่างๆได้ แปรเปลี่ยนความคิดที่ชั่วร้ายให้กลายเป็นความคิดที่ดี เชื่อกันว่าทับทิมจะเปลี่ยนสีเมื่อมีวิญญาณชั่วร้ายเข้ามาวนเวียนใกล้ผู้สวมใส่ ช่วยเพิ่มความกล้าหาญ และความสง่างามให้แก่เจ้าของ มีผลดีต่อสุขภาพ สร้างความมั่นคงในด้านความสงบและรุ่งเรือง เป็นอัญมณีบริวาณประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และเป็นหินประจำเดือนเกิด กรฎาคม และ ธันวาคม นอกจากนี้ยังเชื่อว่าทับทิมเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักนิรันด์ การแต่งงาน
ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ยกย่องอัญมณีสีแดงชนิดนี้ว่าเป็นดั่งความมีสติปัญญาอันล้ำเลิศ เชื่อกันว่า ผู้ใดมีทับทิมที่มีสีแดงสดใส ไม่มีตำหนิ จะทำให้ผู้นั้นมีอำนาจ ร่ำรวย สุขภาพสมบูรณ์ มีสติปัญญาดี และประสบความสำเร็จในชีวิต
ในด้านความรัก ถือกันว่าทับทิม คือ อัญมณีที่ทำให้สุขสมหวังในความรัก สีแดงของทับทิมเป็นสีแห่งความรักและอารมณ์ ทับทิมจึงมีพลังช่วยกระตุ้นให้กล้าแสดงออกและกล้าแสดงความรู้สึกรักมากขึ้น ทำให้สมหวังในเรื่องรัก และยังช่วยผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ด้วย ทับทิมยังถูกนำมาเป็นของขวัญในวาระครบรอบการแต่งงานปีที่ 15 และปีที่ 40
แหล่งที่พบ
ประเทศไทย: แหล่งกำเนิดพลอยทับทิม ทับทิมมีแหล่งกำเนิดอยู่หลายแหล่ง ทั้งไทย ที่เรียกกันว่าทับทิมสยาม แหล่งกำเนิดอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี วิธีทำเหมืองใช้วิธีการฉีดดินด้วยน้ำ หรือนำมาร่อนด้วยตระแกรงในน้ำเพื่อให้ผลึกทับทิมหลุดออกมา ทับทิมสยามเป็นแหล่งที่สำคัญที่สุดในตลาดปัจจุบัน ในปัจจุบันพลอยทับทิมในจังหวัดจันทบุรีนั้นไม่มีอีกแล้ว ดังนั้นทับทิมสยามจึงนับว่ามีราคาสูง
พม่า: ทับทิมพม่าจากเมืองมองก๊ก (Mokok) เป็นแหล่งทับทิมคุณภาพที่มีชื่อเสียง ค้นพบโดยการล้างและร่อนด้วยตระแกรงแล้วใช้มือเลือกหา สีแดงแบบสีเลือดนกเป็นที่นิยมาก ทับทิมสตาร์จากพม่าถือว่ามีสีสวยมาก (กิมบ่เซี๊ยะ)  นับว่าหายากเช่นกันเนื่องจากระบบการปกครองของประเทศทำให้ไม่มีพลอยทับทิมออกมาสู่ตลาดมากนัก แต่เชื่อว่ามีวัตถุดิบอยู่มากทำให้พลอยทับทิมจากพม่าหายากและมีราคาสูงเช่นกัน มีผู้กล่าวว่า นักอัญมณีกล่าวว่า ทับทิมที่ดีพบมากในเอเชียโดยเฉพาะในพม่าเพราะทับทิมพม่าคือทับทิมที่ดีที่สุดในโลก  ทับทิมจากพม่าที่ขายในท้องตลาดมีทั้งทับทิมเผาและทับทิมสดที่ไม่ผ่านกระบวนการเผา ราคาของพลอยทับทิมขึ้นอยู่กับสีของพลอยเป็นสำคัญ
ศรีลังกา: ทับทิมศรีลังกาหรือซีลอน เป็นแหล่งกำเนิดทับทิมและซัฟไฟร์ต่างๆกัน รวมทั้งพลอยสตาร์ด้วย วิธีทำเหมืองคล้ายกับของพม่า ทับทิมที่มีคุณภาพไม่ดีเท่าของไทย และพม่าส่วนมากจะมีสีแดงอ่อนหรือแดงอมม่วง พลอยส่วนมากจะมีสีอ่อน
ทวีปแอฟริกา: ทับทิมจากทวีปแอฟริกาประเทศแทนซาเนีย เกาะมาดากัสการ์ และประเทศเคนยา มีปริมาณมากที่สุดในขณะนี้ และราคาไม่สูงนักเมื่อเทียบกับทับทิมสยามและทับทิมพม่า มีทั้งเผาเก่าและเผาใหม่ ซึ่งทับทิมแอฟริกาที่ผ่านกระบวนการเผาแบบเก่าจะมีคุณภาพที่ดีกว่าเผาใหม่เพราะกระบวนการเผาแบบใหม่นั้นเมื่่อนำไปขึ้นตัวเรือนที่ต้องผ่านการชุบจะทำให้พลอยทับทิมนั้นเกิดรอยแตกร้าวได้ ทับทิมจากแหล่งนี้ส่วนมากมีสีสวย เป็นสีแดงอมม่วงเมืองที่ผลิตทับทิมคือ ลองจิโดและลอสโซโนอย ทานซาเนีย ส่วนมากจะเป็นขนาดเล็ก (Melee) ทับทิมขนาดใหญ่ก็เคยมีบ้างมาจากเคนยา
การเลือกซื้อพลอยทับทิม  
ควรเลือกเม็ดที่มีสีสดเข้ม (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้สวมใส่เช่นกัน) ไม่มืดดำ สีสม่ำเสมอทั่วทั้งเม็ด เห็นตำหนิภายในได้แต่ต้องไม่มาก หรือไม่เป็นตำหนิที่มีสีแตกต่างจากสีของพลอยมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นตำหนิที่เป็นฝ้าขาว สีเหลือบ ผลึกขาวขุ่นและผลึกสีดำ ไม่มีตำหนิที่ผิวของพลอย โดยเฉพาะที่ด้านหน้าพลอย มีการเจียระไนที่ได้รูปทรงเพื่อให้เกิดประกายแสงที่สวยงาม
ในการเลือกซื้อพลอยทับทิม จึงควรสอบถามผู้ขายว่าเป็นทับทิมจากแหล่งใด เผาหรือไม่เผา เผาแบบใดเป็นต้น หากทางร้านมีใบรับรองก็จะเป็นการการันตีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ซื้อ
การดูแลรักษา 
ทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อนๆ และแปรงขนนุ่ม ขัดเบาๆ  หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ทับทิมเป็นพลอยที่มีความแข็งมากก็จริง แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรได้รับการกระแทกจากของแข็ง หรือพลอยประเภทเดียวกัน